ประวัติความเป็นมา
ของคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบันความหมายของ
คอมพิวเตอร์จะระบุเฉพาะเจาะจง
หมายถึงเครื่องคานวณ
อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทางาน
คานวณผลและเปรียบเทียบค่าตาม
ชุดคาสั่งด้วยความเร็วสูงอย่าง
ต่อเนื่องและอัตโนมัติ พจนานุกรม
ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525
ได้ให้คาจากัดความของคอมพิวเตอร์
ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า เครื่อง
อิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทา
หน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สาหรับ
แก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน
โดยวิธีทางคณิตศาสตร์
การจาแนกคอมพิวเตอร์ตามลักษณะ
แอนะล็อกคอมพิวเตอร์ (analog
computer) เป็นเครื่องคานวณ
อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้ค่าตัวเลขเป็นหลักของ
การคานวณ แต่จะใช้ค่าระดับแรงดันไฟฟ้าแทน
ไม้บรรทัดคานวณ อาจถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของ
แอนะล็อกคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ค่าตัวเลขตามแนว
ความยาวไม้บรรทัดเป็นหลักของการคานวณ
โดยไม้บรรทัดคานวณจะมีขีดตัวเลขกากับอยู่
เมื่อไม้บรรทัดหลายอันมรประกบรวมกัน การ
คานวณผล เช่น การคูณ จะเป็นการเลื่อนไม้
บรรทัดหนึ่งไปตรงตามตัวเลขของตัวตั้งและตัว
คูณของขีดตัวเลขชุดหนึ่ง แล้วไปอ่านผลคูณของ
ขีดตัวเลขอีกชุดหนึ่งแอนะล็อกคอมพิวเตอร์แบบ
อิเล็กทรอนิกส์จะใช้หลักการทานองเดียวกัน โดย
แรงดันไฟฟ้าจะแทนขีดตัวเลขตามแนวยาวของ
แอนะล็อกคอมพิวเตอร์จะมีลักษณะเป็นวงจร
อิเล็กทรอนิกส์ที่แยกส่วนทาหน้าที่เป็นตัวกระทา
และเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ จึงเหมาะสาหรับ
งานคานวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่อยู่
ในรูปของสมการคณิตศาสตร์ เช่น การจาลอง
การบิน การศึกษาการสั่งสะเทือนของตึกเนื่องจาก
แผ่นดินไหว ข้อมูลตัวแปรนาเข้าอาจเป็นอุณหภูมิ
ความเร็วหรือความดันอากาศ ซึ่งจะต้องแปลงให้
เป็นค่าแรงดันไฟฟ้ า เพื่อนาเข้าแอนะล็อก
คอมพิวเตอร์ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาเป็น
แรงดันไฟฟ้ าแปรกับเวลาซึ่งต้องแปลงกลับไปเป็น
ค่าของตัวแปรที่กาลังศึกษา
ในปัจจุบันไม่ค่อยพบเห็นแอนะล็อก
คอมพิวเตอร์เท่าไรนักเพราะผลการคานวณมี
ความละเอียดน้อย ทาให้มีขีดจากัดใช้ได้กับงาน
ดิจิทัลคอมพิวเตอร์ (digital
computer) คอมพิวเตอร์ที่พบเห็นทั่วไปในปัจจุบัน
จัดเป็นดิจิทัลคอมพิวเตอร์แทบทั้งหมด ดิจิทัลคอมพิวเตอร์เป็น
เครื่องคานวณอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานเกี่ยวกับตัวเลข มีหลักการ
คานวณที่ไม่ใช่แบบไม้บรรทัดคานวณ แต่เป็นแบบลูกคิด โดยแต่
และหลักของลูกคิดคือ หลักหน่วย หลักร้อย และสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
เป็นระบบเลขฐานสินที่แทนตัวเลขจากศูนย์ถ้าเก้าไปสิบตัวตาม
ระบบตัวเลขที่ใช้ในชีวิตประจาวัน
ค่าตัวเลขของการคานวณในดิจิทัลคอมพิวเตอร์จะแสดงเป็น
หลักเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นระบบเลขฐานสองที่มีสัญลักษณ์
ตัวเลขเพียงสองตัว คือเลขศูนย์กับเลขหนึ่งเท่านั้น โดยสัญลักษณ์
ตัวเลขทั้งสองตัวนี้ จะแทนลักษณะการทางานภายในซึ่งเป็น
สัญญาณไฟฟ้ าที่ต่างกัน การคานวณภายในดิจิทัลคอมพิวเตอร์จะ
เป็นการประมวลผลด้วยระบบเลขฐานสองทั้งหมด ดังนั้น
เลขฐานสิบที่เราใช้และคุ้นเคยจะถูกแปลงไปเป็นระบบเลขฐานสอง
จากอดีตสู่ปัจจุบัน
พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี
ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาไป
อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เทคโนโลยีทางด้าน คอมพิวเตอร์
เมื่อ 50 ปีที่แล้วมา มีคอมพิวเตอร์
ขึ้นใช้งาน ต่อมาเกิดระบบสื่อสาร
โทรคมนาคมสมัยใหม่เกิดขึ้น
มากมาย และมีแนวโน้มการพัฒนา
อย่างต่อเนื่อง เราสามารถแบ่ง
พัฒนาการคอมพิวเตอร์จากอดีตสู่
ปัจจุบัน สามารถแบ่งเป็นยุคก่อนการ
ใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคส์ และยุคที่
เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า
เครื่องคานวณในยุคประวัติศาสตร์
เครื่องคานวณเครื่องแรกของโลก
ได้แก่ ลูกคิด มีการใช้ลูกคิดในหมู่ชาว
จีนมากกว่า 7000 ปี และใช้ในอียิปต์
โบราณมากกว่า 2500 ปี ลูกคิดของ
ชาวจีนประกอบด้วยลูกปัดร้อยอยู่ใน
ราวเป็นแถวตามแนวตั้ง โดยแต่ละ
แถวแบ่งเป็นครึ่งบนและล่าง ครึ่งบน
มีลูกปัด 2 ลูก ครึ่งล่างมีลูกปัด 5
ลูก แต่ละแถวแทนหลักของตัวเลข
เครื่องคานวณกลไกที่รู้จักกันดี
ได้แก่ เครื่องคานวณของปาสคาล
เป็นเครื่องที่บวกลบด้วยกลไกเฟืองที่
ขบต่อกัน เบลส ปาสคาล
(Blaise Pascal) นัก
คณิตศาสาตร์ชาวฝรั่งเศส ได้
ประดิษฐ์ขึ้นในปี พ.ศ.
2185 คอมพิวเตอร์ในยุค
เริ่มแรก ได้แก่ เครื่องจักรกลหรือ
สิ่งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยในการ
คานวณ โดยที่ยังไม่มีการ นาวงจร
อิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วม
ด้วย ลาดับเครื่องมือขึ้นมามีดังนี้
ในระยะ 5,000 ปีที่ผ่านมา
มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้นิ้วมือและนิ้วเท้า
พ.ศ. 2486 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ศูนย์วิจัยของกองทัพบก
สหรัฐอเมริกามีความจาเป็นที่จะต้อง คิดค้นเครื่องช่วยคานวณ เพื่อใช้
คานวณหาทิศทางและระยะทางในการส่งขีปนาวุธ ซึ่งถ้าใช้เครื่อง
คานวณที่มี อยู่ในสมัยนั้นจะต้องใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมงในการคานวณ
การยิง 1 ครั้ง ดังนั้นกองทัพจึงให้กองทุนอุดหนุนแก่ John W.
Mauchly และ Persper Eckert จากหมาวิทยาลัย
เพนซิลวาเนีย ในการสร้างคอมพิวเตอร์ จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ขึ้นมา โดยนาหลอดสุญยากาศ (Vacuum Tube) จานวน
18,000 หลอด มาใช้ในการสร้าง ซึ่งมีข้อดีคือ ทาให้เครื่องมีความเร็ว
และมีความถูกต้องแม่นยาในการคานวณมากขึ้น ในด้านของความเร็ว
นั้น เครื่องจักกลมีความเฉื่อยของการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนประกอบ
แต่คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ จะใช้อิเล็กตรอนเป็นตัวคลื่อนที่ ทาให้
สามารถส่งข้อมูลด้วยกระแสไฟฟ้ าได้ ด้วยความเร็วใกล้เคียงกับ
ความเร็วของแสง ส่วนความถูกต้องแม่นยาในการทางานของ
เครื่องจักรกลอาศัยฟันเฟือง รอก คาน ในการทางาน ทาให้ทางานได้
ต่อมาประมาณ 2,600 ปีก่อน
คริสตกาล ชาวจีนได้ประดิษฐ์
เครื่องมือเพื่อใช้ในการ คานวณขึ้นมา
ชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด ซึ่งถือได้ว่า
เป็นอุปกรณ์ใช้ช่วยการคานวณที่
เก่าแก่ที่สุดในโลกและคงยังใช้งานมา
จนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2158 นักคณิตศาสตร์
ชาวสก็อตแลนด์ชื่อ John
Napier ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ใช้
ช่วยการคานวณขึ้นมา เรียกว่า
Napier's Bones เป็น
อุปกรณ์ที่ลักษณะคล้ายกับตาราง
สูตรคูณในปัจจุบัน เครื่องมือชนิดนี้
พ.ศ 2185 นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่ง
เศลชื่อ Blaise Pascal ซึ่ง
ในขณะนั้นมีอายุเพียง 19 ปี ได้
ออกแบบ เครื่องมือในการคานวณ
โดย ใช้หลักการหมุนของฟันเฟือง
หนึ่งอันถูกหมุนครบ 1 รอบ ฟันเฟือง
อีกอันหนึ่งซึ่งอยู่ ทางด้านซ้ายจะถูก
หมุนไปด้วยในเศษ 1 ส่วน 10 รอบ
เครื่องมือของปาสคาลนี้ถูกเผยแพร่
ออกสู่สาธารณะชน เมื่อ พ.ศ. 2188
แต่ไม่ประสบความสาเร็จเท่าที่ควร
เนื่องจากราคาแพง และเมื่อใช้งานจริง
จะเกิดเหตุการณ์ที่ฟันเฟืองติดขัด
บ่อยๆ ทาให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ค่อย
เครื่องมือของปาสคาล สามารถ
ใช้ได้ดีในการคานวณการบวกและลบ
ส่วนการคูณและหารยังไม่ดีเท่าที่ควร
ดังนั้นในปี พ.ศ. 2216 นักปราชญษ
ชาวเยอรมันชื่อ Gottfriend
von Leibnitz ได้ปรับปรุง
เครื่งคานวณของ ปาสคาลให้สามารถ
ทหการคูณและหารได้โดยตรง โดยที่
การคูณใช้หลักการบวกกันหลายๆ
ครั้ง และการหาร ก็คือการลบกัน
หลายๆ ครั้ง แต่เครื่องมือของ
Leibnitz ยังคงอาศัยการหมุน
วงล้อ ของเครื่องเองอัตโนมัติ นับว่า
เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การคานวณ
พ.ศ. 2344 นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศลชื่อ
Joseph Marie Jacquard ได้
พยายามพัฒนาเครื่องทอผ้าโดยใช้ บัตรเจาะรู
ในการบันทึกคาสั่ง ควบคุมเครื่องทอผ้าให้ทา
ตามแบบที่กาหนดไว้ และแบบดังกล่าวสามารถ
นามา สร้างซ้าๆ ได้อีกหลายครั้ง ความ
พยายามของ Jacquard สาเร็จลงใน
พ.ศ. 2348 เครื่องทอผ้านี้ถือว่าเป็น เครื่อง
ทางานตามโปรแกรมคาสั่งเป็นเครื่องแรก
พ.ศ. 2373 Chales
Babbage ถือกาเนิดที่ประเทศ
อังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2334 จบ
การศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ จาก
มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ และได้รับ
ตาแหน่ง Lucasian
Professor ซึ่งเป็นตาแหน่งที่
Isaac Newton เคยได้รับ
มาก่อน ในขณะที่กาลังศึกษาอยู่นั้น
Babbage ได้สร้างเครื่อง หา
ผลต่าง (Difference
Engine) ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้
คานวณ และพิมพ์ตารางทางคณิ
ศาสตร์อย่างอัตโนมัติ จนกระทั่งปี
พ.ศ. 2373 เขาได้รับความช่วยเหลือ
แต่ในขณะที่ Babbage ทาการ
สร้างเครื่อง Difference
Engine อยู่นั้น ได้พัฒนา
ความคิดไปถึง เครื่องมือในการ
คานวนที่มีความสามารถสูงกว่านี้ ซึ่ง
ก็คอืเครื่องที่เรียกว่าเครื่องวิเคราะห์
(Analytical Engine)
และได้ยกเลิกโครงการสร้างเครื่อง
Difference Engine ลง
แล้วเริ่มต้นงานใหม่ คือ งานสร้าง
เครื่องวิเคราะห์ ในความคิดของเขา
โดยที่เครื่องดังกล่าวประกอบไปด้วย
ชิ้นส่วนที่สาคัญ 4 ส่วน คือ
ส่วนเก็บข้อมูล เป็นส่วนที่ใช้ในการเก็บข้อมูลนาเข้าและผลลัพธ์ที่ได้จากการ
คานวณ
ส่วนประมวลผล เป็นส่วนที่ใช้ในการประมวลผลทางคณิตศาสตร์
ส่วนควบคุม เป็นส่วนที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างส่วนเก็บข้อมูล
และส่วนประมวลผล
ส่วนรับข้อมูลเข้าและแสดงผลลัพธ์ เป็นส่วนที่ใช้รับทราบข้อมูลจาก
ภายนอกเครื่องเข้าสู่ส่วนเก็บ และแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคานวณให้ผู้ใช้
ได้รับทราบ
เป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่อง Alaytical
Engine มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วนประกอบ ของระบบคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่เครื่อง Alalytical Engine ของ
Babbage นั้นไม่สามารถ สร้างให้สาเร็จขึ้นมาได้ ทั้งนี้เนื่องจาก
เทคโนโลยี สมัยนั้นไม่สามารถสร้างส่วนประกอบต่างๆ ดังกล่าว และอีก
ประการหนึ่งก็คือ สมัยนั้นไม่มีความจาเป็น ต้องใช้เครื่องที่มีความสามารถ
สูงขนาดนั้น ดังนั้นรัฐบาล อังกฤษจึงหยุดให้ความสนับสนุนโครงการของ
พ.ศ. 2385 ชาวอังกฤษ ชื่อ Lady Auqusta Ada Byron
ได้ทาการแปลเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่อง Anatical Engine จาก
ภาษาฝรั่งเศลเป็นภาษาอังกฤษ ในระหว่างการแปลทาให้ Lady Ada
เข้าใจถึงหลักการทางาน ของเครื่อง Analytical Engine และ
ได้เขียนรายละเอียดขั้นตอนของคาสั่งให้เครื่องนี้ทาการคานวณที่ยุ่งยาก
ซับซ้อนไว้ในหนังสือทางคณิตศาสตร์เล่มหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรม
คอมพิวเตอร์โปรแกรมแรกของโลก และจากจุดนี้จึงถือว่า Lady Ada
เป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก (มีภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมที่เก่แก่ อยู่
หนึ่งภาษาคือภาษา Ada มาจาก ชื่อของ Lady Ada) นอกจากนี้
Lady Ada ยังค้นพบอีกว่าชุดบัตรเจาะรู ที่บรรจุคาสั่งไว้สามารถนา
กลับมาทางานซ้าได้ถ้าต้องการ นั่นคือหลักของการทางานวนซ้า หรือ
เรียกว่า Loop เครื่องมือที่ใช้ในการคานวณที่ถูกพัฒนาขึ้นในศตวรรษที่
19 นั้น ทางานกับเลขฐานสิบ (Decimal Number) แต่เมื่อ
เริ่มต้นของศตวรรษที่ 20 ระบบคอมพิวเตอร์ได้ถูกพัฒนาขึ้นจึงทาให้มีการ
พ.ศ. 2397 นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ George
Boole ได้ใช้หลักพีชคณิตเผยแพร่กฎของ Boolean
Algebra ซึ่งเป็นคณิตศาสตร์ที่ใช้อธิบายเหตุผลของ
ตรรกวิทยาที่ตัวแปรมีค่าได้เพียง "จริง" หรือ "เท็จ" เท่านั้น (ใช้
สภาวะเพียงสองอย่างคือ 0 กับ 1 ร่วมกับเครื่องหมายในเชิงตรรก
พื้นฐาน คือ AND, OR และ NOT)
สิ่งที่ George Boole คิดค้นขึ้น นับว่ามีประโยชน์
ต่อระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็น การยากที่
จะใช้กระแสไฟฟ้ า ซึ่งมีเพี่ยง 2 สภาวะ คือ เปิด กับ ปิด ในการ
แทน เลขฐานสิบซึ่งมีอยู่ถึง 10 ตัว คือ 0 ถึง 9 แต่เป็นการง่าย
กว่าเราแทนด้วยเลขฐานสอง คือ 0 กับ 1 จึงถือว่าสิ่งนี้เป็น
รากฐานที่สาคัญของการ ออกแบบวงจรระบบคอมพิวเตอร์ใน
ปัจจุบัน
พ.ศ. 2423 Dr.
Herman Hollerith นัก
สถิติชาวอเมริกันได้ประดิษฐ์
เครื่องประมวลผลทางสถิติซึ่ง ใช้กับ
บัตรเจาะรู เครื่องนี้ได้รับการพัฒนา
ให้ดียิ่งขึ้นและมาใช้งานสารวจสามะโน
ประชากร ของสหรัฐอเมริกา ในป
พ.ศ. 2433 และช่วยให้การสรุปผลสา
มะโนประชากรเสร็จสิ้นภายใน
ระยะเวลา 2 ปีครึ่ง (โดยก่อนหน้านั้น
ต้องใช้เวลาถึง 7 ปีครึ่ง) เรียก
บัตรเจาะรูนี้ว่า บัตรฮอลเลอริธ และ
ชื่ออื่นๆ ที่ใช้เรียกบัตรนี้ ก็คือ บัตร
ไอบีเอ็ม หรือบัตร 80 คอลัมน์ เพราะ
การกาเนิดของเครื่องคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือทั้งหลายที่
ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาในยุคก่อนนั้นส่วนมากประกอบด้วยฟันเฟือง รอก คาน ซึ่ง
เป็นวัสดุ ที่มีขนาดใหญ่ และมีน้าหนักมากทาให้การทางานล่าช้าและ
ผิดพลาดอยู่เสมอ ดังนั้นในยุคต่อมาจึงพยายาม พัฒนาเครื่องมือ ให้มี
ขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนี้
พ.ศ. 2480 ศาสตราจารย์ Howard Aiken แห่งมหาลัย
วิทยาลัยฮาวาร์ด ได้พัฒนาเครื่องคานวณ ตาม แนวคิด ของ
Babbage ร่วมกับวิศวะกรของบริษัท IBM สร้างเครื่องคานวณ
ตามความคิดของ Babbage ได้ สาเร็จ โดยเครื่องดังกล่าวทางาน
แบบเครื่องจักรกลปนไฟฟ้ า และใช้บัตรเจาะรูเป็นสื่อในการนาเข้าข้อมูลสู่
เครื่องเพื่อทาการประมวลผล การพัฒนาดังกล่าวมาเสร็จสิ้นในปี พ.ศ.
2487 โดยเครื่องมือนี้มีชื่อว่า MARK 1 และเนื่องจากเครื่องนี้สาเร็จ
ได้จากการสนับสนุน ด้านการเงินและบุคลากรจากบริษัท IBM ดังนั้นจึง
มีอีกชื่อ หนึ่งว่า IBM Automatic Sequence

More Related Content

PPTX
แก้0 งานที่1 ด.ช. วีละชัย ตาลสี
PDF
ประวัติคอมพิวเตอร์
PPT
งานเลขานุการ
PDF
ความเป็นมาของคอมพิมเตอร์
PDF
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
PDF
https://athiwatpc.wordpress.com
PDF
https://athiwatpc.wordpress.com
แก้0 งานที่1 ด.ช. วีละชัย ตาลสี
ประวัติคอมพิวเตอร์
งานเลขานุการ
ความเป็นมาของคอมพิมเตอร์
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
https://athiwatpc.wordpress.com
https://athiwatpc.wordpress.com

What's hot (9)

PDF
Lesson 1
DOC
อานนท์
PPTX
ประวัติความเป็นมาและประเภทของคอมพิวเตอร์
PDF
ม.1 วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
DOC
รายงานประวัติคอมพิวเตอร์
PDF
ประวัติของคอมพิวเตอร์
PPTX
ประวัติของคอมพิวเตอร์
PDF
ประวัติของคอมพิวเตอร์2
PDF
ประวัติของคอมพิวเตอร์
Lesson 1
อานนท์
ประวัติความเป็นมาและประเภทของคอมพิวเตอร์
ม.1 วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
รายงานประวัติคอมพิวเตอร์
ประวัติของคอมพิวเตอร์
ประวัติของคอมพิวเตอร์
ประวัติของคอมพิวเตอร์2
ประวัติของคอมพิวเตอร์
Ad

Similar to ดช. ภูริปัญญา โสริเวณ แก้0 (20)

PDF
ประวัติของคอมพิวเตอร์
PPTX
ประวัติของคอมพิวเตอร์ 1
PPTX
ประวัติของคอมพิวเตอร์
DOC
กำเนิดคอมพิวเตอร์
PDF
รู้จักวิวัฒนาการคอม
PPTX
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
PDF
ใบความรู้ที่ 1 ความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
PDF
ใบความรู้ที่ 1 ความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
PDF
ใบความรู้ที่ 1 ความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
PDF
เสนอผลงานหน่วยที่ 1
PDF
เสนอผลงานว ชา งานกล _ม
PDF
เสนอผลงานว ชา งานกล _ม
PDF
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
PPTX
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
PDF
บทที่1คอมพิวเตอร์
PDF
บทที่ 1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
PPT
computer
PDF
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
PDF
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
PDF
วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์
ประวัติของคอมพิวเตอร์
ประวัติของคอมพิวเตอร์ 1
ประวัติของคอมพิวเตอร์
กำเนิดคอมพิวเตอร์
รู้จักวิวัฒนาการคอม
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
ใบความรู้ที่ 1 ความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
ใบความรู้ที่ 1 ความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
ใบความรู้ที่ 1 ความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
เสนอผลงานหน่วยที่ 1
เสนอผลงานว ชา งานกล _ม
เสนอผลงานว ชา งานกล _ม
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
บทที่1คอมพิวเตอร์
บทที่ 1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
computer
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์
Ad

ดช. ภูริปัญญา โสริเวณ แก้0

  • 2. ในปัจจุบันความหมายของ คอมพิวเตอร์จะระบุเฉพาะเจาะจง หมายถึงเครื่องคานวณ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทางาน คานวณผลและเปรียบเทียบค่าตาม ชุดคาสั่งด้วยความเร็วสูงอย่าง ต่อเนื่องและอัตโนมัติ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คาจากัดความของคอมพิวเตอร์ ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า เครื่อง อิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทา หน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สาหรับ แก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์ การจาแนกคอมพิวเตอร์ตามลักษณะ
  • 3. แอนะล็อกคอมพิวเตอร์ (analog computer) เป็นเครื่องคานวณ อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้ค่าตัวเลขเป็นหลักของ การคานวณ แต่จะใช้ค่าระดับแรงดันไฟฟ้าแทน ไม้บรรทัดคานวณ อาจถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของ แอนะล็อกคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ค่าตัวเลขตามแนว ความยาวไม้บรรทัดเป็นหลักของการคานวณ โดยไม้บรรทัดคานวณจะมีขีดตัวเลขกากับอยู่ เมื่อไม้บรรทัดหลายอันมรประกบรวมกัน การ คานวณผล เช่น การคูณ จะเป็นการเลื่อนไม้ บรรทัดหนึ่งไปตรงตามตัวเลขของตัวตั้งและตัว คูณของขีดตัวเลขชุดหนึ่ง แล้วไปอ่านผลคูณของ ขีดตัวเลขอีกชุดหนึ่งแอนะล็อกคอมพิวเตอร์แบบ อิเล็กทรอนิกส์จะใช้หลักการทานองเดียวกัน โดย แรงดันไฟฟ้าจะแทนขีดตัวเลขตามแนวยาวของ
  • 4. แอนะล็อกคอมพิวเตอร์จะมีลักษณะเป็นวงจร อิเล็กทรอนิกส์ที่แยกส่วนทาหน้าที่เป็นตัวกระทา และเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ จึงเหมาะสาหรับ งานคานวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่อยู่ ในรูปของสมการคณิตศาสตร์ เช่น การจาลอง การบิน การศึกษาการสั่งสะเทือนของตึกเนื่องจาก แผ่นดินไหว ข้อมูลตัวแปรนาเข้าอาจเป็นอุณหภูมิ ความเร็วหรือความดันอากาศ ซึ่งจะต้องแปลงให้ เป็นค่าแรงดันไฟฟ้ า เพื่อนาเข้าแอนะล็อก คอมพิวเตอร์ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาเป็น แรงดันไฟฟ้ าแปรกับเวลาซึ่งต้องแปลงกลับไปเป็น ค่าของตัวแปรที่กาลังศึกษา ในปัจจุบันไม่ค่อยพบเห็นแอนะล็อก คอมพิวเตอร์เท่าไรนักเพราะผลการคานวณมี ความละเอียดน้อย ทาให้มีขีดจากัดใช้ได้กับงาน
  • 5. ดิจิทัลคอมพิวเตอร์ (digital computer) คอมพิวเตอร์ที่พบเห็นทั่วไปในปัจจุบัน จัดเป็นดิจิทัลคอมพิวเตอร์แทบทั้งหมด ดิจิทัลคอมพิวเตอร์เป็น เครื่องคานวณอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานเกี่ยวกับตัวเลข มีหลักการ คานวณที่ไม่ใช่แบบไม้บรรทัดคานวณ แต่เป็นแบบลูกคิด โดยแต่ และหลักของลูกคิดคือ หลักหน่วย หลักร้อย และสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เป็นระบบเลขฐานสินที่แทนตัวเลขจากศูนย์ถ้าเก้าไปสิบตัวตาม ระบบตัวเลขที่ใช้ในชีวิตประจาวัน ค่าตัวเลขของการคานวณในดิจิทัลคอมพิวเตอร์จะแสดงเป็น หลักเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นระบบเลขฐานสองที่มีสัญลักษณ์ ตัวเลขเพียงสองตัว คือเลขศูนย์กับเลขหนึ่งเท่านั้น โดยสัญลักษณ์ ตัวเลขทั้งสองตัวนี้ จะแทนลักษณะการทางานภายในซึ่งเป็น สัญญาณไฟฟ้ าที่ต่างกัน การคานวณภายในดิจิทัลคอมพิวเตอร์จะ เป็นการประมวลผลด้วยระบบเลขฐานสองทั้งหมด ดังนั้น เลขฐานสิบที่เราใช้และคุ้นเคยจะถูกแปลงไปเป็นระบบเลขฐานสอง
  • 6. จากอดีตสู่ปัจจุบัน พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาไป อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีทางด้าน คอมพิวเตอร์ เมื่อ 50 ปีที่แล้วมา มีคอมพิวเตอร์ ขึ้นใช้งาน ต่อมาเกิดระบบสื่อสาร โทรคมนาคมสมัยใหม่เกิดขึ้น มากมาย และมีแนวโน้มการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง เราสามารถแบ่ง พัฒนาการคอมพิวเตอร์จากอดีตสู่ ปัจจุบัน สามารถแบ่งเป็นยุคก่อนการ ใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคส์ และยุคที่ เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • 7. เครื่องคานวณในยุคประวัติศาสตร์ เครื่องคานวณเครื่องแรกของโลก ได้แก่ ลูกคิด มีการใช้ลูกคิดในหมู่ชาว จีนมากกว่า 7000 ปี และใช้ในอียิปต์ โบราณมากกว่า 2500 ปี ลูกคิดของ ชาวจีนประกอบด้วยลูกปัดร้อยอยู่ใน ราวเป็นแถวตามแนวตั้ง โดยแต่ละ แถวแบ่งเป็นครึ่งบนและล่าง ครึ่งบน มีลูกปัด 2 ลูก ครึ่งล่างมีลูกปัด 5 ลูก แต่ละแถวแทนหลักของตัวเลข
  • 8. เครื่องคานวณกลไกที่รู้จักกันดี ได้แก่ เครื่องคานวณของปาสคาล เป็นเครื่องที่บวกลบด้วยกลไกเฟืองที่ ขบต่อกัน เบลส ปาสคาล (Blaise Pascal) นัก คณิตศาสาตร์ชาวฝรั่งเศส ได้ ประดิษฐ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2185 คอมพิวเตอร์ในยุค เริ่มแรก ได้แก่ เครื่องจักรกลหรือ สิ่งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยในการ คานวณ โดยที่ยังไม่มีการ นาวงจร อิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วม ด้วย ลาดับเครื่องมือขึ้นมามีดังนี้ ในระยะ 5,000 ปีที่ผ่านมา มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้นิ้วมือและนิ้วเท้า
  • 9. พ.ศ. 2486 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ศูนย์วิจัยของกองทัพบก สหรัฐอเมริกามีความจาเป็นที่จะต้อง คิดค้นเครื่องช่วยคานวณ เพื่อใช้ คานวณหาทิศทางและระยะทางในการส่งขีปนาวุธ ซึ่งถ้าใช้เครื่อง คานวณที่มี อยู่ในสมัยนั้นจะต้องใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมงในการคานวณ การยิง 1 ครั้ง ดังนั้นกองทัพจึงให้กองทุนอุดหนุนแก่ John W. Mauchly และ Persper Eckert จากหมาวิทยาลัย เพนซิลวาเนีย ในการสร้างคอมพิวเตอร์ จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นมา โดยนาหลอดสุญยากาศ (Vacuum Tube) จานวน 18,000 หลอด มาใช้ในการสร้าง ซึ่งมีข้อดีคือ ทาให้เครื่องมีความเร็ว และมีความถูกต้องแม่นยาในการคานวณมากขึ้น ในด้านของความเร็ว นั้น เครื่องจักกลมีความเฉื่อยของการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนประกอบ แต่คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ จะใช้อิเล็กตรอนเป็นตัวคลื่อนที่ ทาให้ สามารถส่งข้อมูลด้วยกระแสไฟฟ้ าได้ ด้วยความเร็วใกล้เคียงกับ ความเร็วของแสง ส่วนความถูกต้องแม่นยาในการทางานของ เครื่องจักรกลอาศัยฟันเฟือง รอก คาน ในการทางาน ทาให้ทางานได้
  • 10. ต่อมาประมาณ 2,600 ปีก่อน คริสตกาล ชาวจีนได้ประดิษฐ์ เครื่องมือเพื่อใช้ในการ คานวณขึ้นมา ชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด ซึ่งถือได้ว่า เป็นอุปกรณ์ใช้ช่วยการคานวณที่ เก่าแก่ที่สุดในโลกและคงยังใช้งานมา จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2158 นักคณิตศาสตร์ ชาวสก็อตแลนด์ชื่อ John Napier ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ใช้ ช่วยการคานวณขึ้นมา เรียกว่า Napier's Bones เป็น อุปกรณ์ที่ลักษณะคล้ายกับตาราง สูตรคูณในปัจจุบัน เครื่องมือชนิดนี้
  • 11. พ.ศ 2185 นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่ง เศลชื่อ Blaise Pascal ซึ่ง ในขณะนั้นมีอายุเพียง 19 ปี ได้ ออกแบบ เครื่องมือในการคานวณ โดย ใช้หลักการหมุนของฟันเฟือง หนึ่งอันถูกหมุนครบ 1 รอบ ฟันเฟือง อีกอันหนึ่งซึ่งอยู่ ทางด้านซ้ายจะถูก หมุนไปด้วยในเศษ 1 ส่วน 10 รอบ เครื่องมือของปาสคาลนี้ถูกเผยแพร่ ออกสู่สาธารณะชน เมื่อ พ.ศ. 2188 แต่ไม่ประสบความสาเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากราคาแพง และเมื่อใช้งานจริง จะเกิดเหตุการณ์ที่ฟันเฟืองติดขัด บ่อยๆ ทาให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ค่อย
  • 12. เครื่องมือของปาสคาล สามารถ ใช้ได้ดีในการคานวณการบวกและลบ ส่วนการคูณและหารยังไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นในปี พ.ศ. 2216 นักปราชญษ ชาวเยอรมันชื่อ Gottfriend von Leibnitz ได้ปรับปรุง เครื่งคานวณของ ปาสคาลให้สามารถ ทหการคูณและหารได้โดยตรง โดยที่ การคูณใช้หลักการบวกกันหลายๆ ครั้ง และการหาร ก็คือการลบกัน หลายๆ ครั้ง แต่เครื่องมือของ Leibnitz ยังคงอาศัยการหมุน วงล้อ ของเครื่องเองอัตโนมัติ นับว่า เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การคานวณ
  • 13. พ.ศ. 2344 นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศลชื่อ Joseph Marie Jacquard ได้ พยายามพัฒนาเครื่องทอผ้าโดยใช้ บัตรเจาะรู ในการบันทึกคาสั่ง ควบคุมเครื่องทอผ้าให้ทา ตามแบบที่กาหนดไว้ และแบบดังกล่าวสามารถ นามา สร้างซ้าๆ ได้อีกหลายครั้ง ความ พยายามของ Jacquard สาเร็จลงใน พ.ศ. 2348 เครื่องทอผ้านี้ถือว่าเป็น เครื่อง ทางานตามโปรแกรมคาสั่งเป็นเครื่องแรก
  • 14. พ.ศ. 2373 Chales Babbage ถือกาเนิดที่ประเทศ อังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2334 จบ การศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ และได้รับ ตาแหน่ง Lucasian Professor ซึ่งเป็นตาแหน่งที่ Isaac Newton เคยได้รับ มาก่อน ในขณะที่กาลังศึกษาอยู่นั้น Babbage ได้สร้างเครื่อง หา ผลต่าง (Difference Engine) ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ คานวณ และพิมพ์ตารางทางคณิ ศาสตร์อย่างอัตโนมัติ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2373 เขาได้รับความช่วยเหลือ
  • 15. แต่ในขณะที่ Babbage ทาการ สร้างเครื่อง Difference Engine อยู่นั้น ได้พัฒนา ความคิดไปถึง เครื่องมือในการ คานวนที่มีความสามารถสูงกว่านี้ ซึ่ง ก็คอืเครื่องที่เรียกว่าเครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) และได้ยกเลิกโครงการสร้างเครื่อง Difference Engine ลง แล้วเริ่มต้นงานใหม่ คือ งานสร้าง เครื่องวิเคราะห์ ในความคิดของเขา โดยที่เครื่องดังกล่าวประกอบไปด้วย ชิ้นส่วนที่สาคัญ 4 ส่วน คือ
  • 16. ส่วนเก็บข้อมูล เป็นส่วนที่ใช้ในการเก็บข้อมูลนาเข้าและผลลัพธ์ที่ได้จากการ คานวณ ส่วนประมวลผล เป็นส่วนที่ใช้ในการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ ส่วนควบคุม เป็นส่วนที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างส่วนเก็บข้อมูล และส่วนประมวลผล ส่วนรับข้อมูลเข้าและแสดงผลลัพธ์ เป็นส่วนที่ใช้รับทราบข้อมูลจาก ภายนอกเครื่องเข้าสู่ส่วนเก็บ และแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคานวณให้ผู้ใช้ ได้รับทราบ เป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่อง Alaytical Engine มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วนประกอบ ของระบบคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่เครื่อง Alalytical Engine ของ Babbage นั้นไม่สามารถ สร้างให้สาเร็จขึ้นมาได้ ทั้งนี้เนื่องจาก เทคโนโลยี สมัยนั้นไม่สามารถสร้างส่วนประกอบต่างๆ ดังกล่าว และอีก ประการหนึ่งก็คือ สมัยนั้นไม่มีความจาเป็น ต้องใช้เครื่องที่มีความสามารถ สูงขนาดนั้น ดังนั้นรัฐบาล อังกฤษจึงหยุดให้ความสนับสนุนโครงการของ
  • 17. พ.ศ. 2385 ชาวอังกฤษ ชื่อ Lady Auqusta Ada Byron ได้ทาการแปลเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่อง Anatical Engine จาก ภาษาฝรั่งเศลเป็นภาษาอังกฤษ ในระหว่างการแปลทาให้ Lady Ada เข้าใจถึงหลักการทางาน ของเครื่อง Analytical Engine และ ได้เขียนรายละเอียดขั้นตอนของคาสั่งให้เครื่องนี้ทาการคานวณที่ยุ่งยาก ซับซ้อนไว้ในหนังสือทางคณิตศาสตร์เล่มหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรม คอมพิวเตอร์โปรแกรมแรกของโลก และจากจุดนี้จึงถือว่า Lady Ada เป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก (มีภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมที่เก่แก่ อยู่ หนึ่งภาษาคือภาษา Ada มาจาก ชื่อของ Lady Ada) นอกจากนี้ Lady Ada ยังค้นพบอีกว่าชุดบัตรเจาะรู ที่บรรจุคาสั่งไว้สามารถนา กลับมาทางานซ้าได้ถ้าต้องการ นั่นคือหลักของการทางานวนซ้า หรือ เรียกว่า Loop เครื่องมือที่ใช้ในการคานวณที่ถูกพัฒนาขึ้นในศตวรรษที่ 19 นั้น ทางานกับเลขฐานสิบ (Decimal Number) แต่เมื่อ เริ่มต้นของศตวรรษที่ 20 ระบบคอมพิวเตอร์ได้ถูกพัฒนาขึ้นจึงทาให้มีการ
  • 18. พ.ศ. 2397 นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ George Boole ได้ใช้หลักพีชคณิตเผยแพร่กฎของ Boolean Algebra ซึ่งเป็นคณิตศาสตร์ที่ใช้อธิบายเหตุผลของ ตรรกวิทยาที่ตัวแปรมีค่าได้เพียง "จริง" หรือ "เท็จ" เท่านั้น (ใช้ สภาวะเพียงสองอย่างคือ 0 กับ 1 ร่วมกับเครื่องหมายในเชิงตรรก พื้นฐาน คือ AND, OR และ NOT) สิ่งที่ George Boole คิดค้นขึ้น นับว่ามีประโยชน์ ต่อระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็น การยากที่ จะใช้กระแสไฟฟ้ า ซึ่งมีเพี่ยง 2 สภาวะ คือ เปิด กับ ปิด ในการ แทน เลขฐานสิบซึ่งมีอยู่ถึง 10 ตัว คือ 0 ถึง 9 แต่เป็นการง่าย กว่าเราแทนด้วยเลขฐานสอง คือ 0 กับ 1 จึงถือว่าสิ่งนี้เป็น รากฐานที่สาคัญของการ ออกแบบวงจรระบบคอมพิวเตอร์ใน ปัจจุบัน
  • 19. พ.ศ. 2423 Dr. Herman Hollerith นัก สถิติชาวอเมริกันได้ประดิษฐ์ เครื่องประมวลผลทางสถิติซึ่ง ใช้กับ บัตรเจาะรู เครื่องนี้ได้รับการพัฒนา ให้ดียิ่งขึ้นและมาใช้งานสารวจสามะโน ประชากร ของสหรัฐอเมริกา ในป พ.ศ. 2433 และช่วยให้การสรุปผลสา มะโนประชากรเสร็จสิ้นภายใน ระยะเวลา 2 ปีครึ่ง (โดยก่อนหน้านั้น ต้องใช้เวลาถึง 7 ปีครึ่ง) เรียก บัตรเจาะรูนี้ว่า บัตรฮอลเลอริธ และ ชื่ออื่นๆ ที่ใช้เรียกบัตรนี้ ก็คือ บัตร ไอบีเอ็ม หรือบัตร 80 คอลัมน์ เพราะ
  • 20. การกาเนิดของเครื่องคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือทั้งหลายที่ ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาในยุคก่อนนั้นส่วนมากประกอบด้วยฟันเฟือง รอก คาน ซึ่ง เป็นวัสดุ ที่มีขนาดใหญ่ และมีน้าหนักมากทาให้การทางานล่าช้าและ ผิดพลาดอยู่เสมอ ดังนั้นในยุคต่อมาจึงพยายาม พัฒนาเครื่องมือ ให้มี ขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนี้ พ.ศ. 2480 ศาสตราจารย์ Howard Aiken แห่งมหาลัย วิทยาลัยฮาวาร์ด ได้พัฒนาเครื่องคานวณ ตาม แนวคิด ของ Babbage ร่วมกับวิศวะกรของบริษัท IBM สร้างเครื่องคานวณ ตามความคิดของ Babbage ได้ สาเร็จ โดยเครื่องดังกล่าวทางาน แบบเครื่องจักรกลปนไฟฟ้ า และใช้บัตรเจาะรูเป็นสื่อในการนาเข้าข้อมูลสู่ เครื่องเพื่อทาการประมวลผล การพัฒนาดังกล่าวมาเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2487 โดยเครื่องมือนี้มีชื่อว่า MARK 1 และเนื่องจากเครื่องนี้สาเร็จ ได้จากการสนับสนุน ด้านการเงินและบุคลากรจากบริษัท IBM ดังนั้นจึง มีอีกชื่อ หนึ่งว่า IBM Automatic Sequence