More Related Content
สร้างรากฐานชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์จิตภาพ โดย ดร.ศรติ ภูมิโพธิ R o4waynzmhjnolfplx fpvfn1eltpmbp4ak8qg2zban4xu7nyrou7ltqfylpwb7wx Viewers also liked (6)
Sito Web Mobile su Dominio di Terzo Livello Similar to สร้างชีวิตให้เป็นสุข (20)
3 การจัดการสาธารณสุขในประเทศไทย ขันธ์5 นายชาติชัย พันทะสี กศ ขันธ์5 นายชาติชัย พันทะสี กศ พุทธศาสนาในทัศนะของนักวิทยาศาสตร์ หลักการสร้างสันติสุขสันติภาพ ความฉลาดทางอารมณ์และการพัฒนาจิตใจ Lunch talk - ธรรมะข้างสำรับ สร้างชีวิตให้เป็นสุข
- 1. การสร้างชีวิตให้เป็นสุข พระธรรมปิฎก ( ประยุตโต ) กล่าวว่า ความสุข มี 2 นัย นัยที่ 1 กามสุข เป็นความสุขที่ได้จากการสัมผัสที่ชื่นชอบ ในรูป รส กลิ่น เสียง และโผฎฐัพพะ ( ผิวกาย ) เรียกว่า โลกียสุข หรือสุขกาย นัยที่ 2 นิรูปธิสุข เป็นความสุขที่ใจได้สัมผัส ว่าได้หลุดพ้นจากความ ทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง เรียกว่า โลกุตตรสุข
- 2. ความสุข คือ อะไร สรุป การสร้างชีวิตให้เป็นสุข คือ การดำเนินชีวิตเพื่อ สนองตอบความต้องการของตน จนเป็นที่พอใจได้อย่าง เหมาะสม กลมกลืนกับสภาพของตนและสิ่งแวดล้อม ความสุข เป็นความรู้สึกพอใจในชีวิต อันเนื่องมาจากการคิดดี พูดดี ทำดี
- 5. ความสุขระดับต้น เป็นความสุขพื้นฐาน ที่มนุษย์ได้รับการตอบสนองทางร่างกาย จากวัตถุ และสิทธิประโยชน์จากวัตถุ ในเรื่อง รูป รส กลิ่น เสียง และ สัมผัส จนได้รับความพึงพอใจ เรียกว่า ความสุขจากวัตถุนิยม การได้รับการตอบสนองความต้องการทางร่างกาย การรักษาสุขภาพดี การแต่งกายดี การมีที่อยู่อาศัยดี การมีสิ่งอำนวยความสะดวกดี การได้ศึกษาเล่าเรียนดี การได้ทำงานที่ดี การมีทรัพย์สินเงินทองมาก
- 6. ความสุขระดับกลาง ได้รับการยอมรับ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและจิตใจของเพื่อนและสังคม ได้รับการยกย่อง ต้อนรับ สรรเสริญ ให้มีตำแหน่ง สถานภาพ สิทธิพิเศษ เกียรติยศ ชื่อเสียง อำนาจ บารมี และบริวาร ทำให้มีความสุข การแสดงความเป็นกัลยาณมิตร การปฏิบัติธรรมตามพรหมวิหาร 4 ( เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ) เป็นพฤติกรรมที่จะทำให้มีความสุข การแสดงความเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดี ปฏิบัติธรรมตามสังคหวัตถุ 4 มีการให้และการรับตามความเหมาะสม ( การทำบุญ ให้ทาน มีของฝาก เพื่อน ๆ น้อง ๆ ผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา ในโอกาสต่าง ๆ การแสดงปิยวาจา ช่วยสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน ผูกพันต่อกัน
- 7. ความสุขระดับสูง เป็นความสุขที่มนุษย์เมื่อเข้าใจลักษณะชีวิตที่สมบูรณ์ได้ เรียกว่า สัจการแห่งตน คือ การเข้าใจว่าความเป็นจริงของตน คือ ความ ว่างเปล่า ความไม่เที่ยงแท้ หรืออนัตตา การมีสุขในระดับสูงได้จะ ต้องปฏิบัติตนเพื่อดวงจิตที่บริสุทธิ์ ไม่ยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตน ลดความเห็นแก่ตัว เปิดใจกว้าง ยินดีรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ปล่อยวางร่างกายให้เป็นไปตามกฎธรรมชาติ สำรวมจิต มีสติอยู่กับตน ตามความเป็นจริง ไม่หลังตน ไม่ลืมตน
- 11. 2. ความสุขตามหลักลัทธิอสุขนิยม ลัทธิอสุขนิยม ถือว่า ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะยังมี สิ่งอื่นที่มีค่าเหนือกว่าความสุข คือ วิมุตินิยม ถือว่า ความสงบทางจิตใจเหนือกว่าความสุข ปัญญานิยม ถือว่า ปัญญาหรือความรู้สึกมีค่าเหนือกว่า ความสุข
- 12. วิมุตินิยม ความต้องการประการแรกของมนุษย์คือ ต้องการหลุดพ้นจากทุกข์ การหลุดพ้นจาก ความทุกข์ถือว่ามีค่ามากกว่าความสุข ปัญญานิยม เชื่อว่า ศักดิ์ศรีและความมีคุณค่าของ มนุษย์อยู่ที่ปัญญา ค่าของความสุขอยู่ ที่ว่าถ้าปราศจากความสุขก็ยากที่มนุษย์ จะแสวงหาความรู้ โสเครติส ไม่ให้ความ สำคัญกับความสุข เพราะถือว่าความสุข ล่อให้คนห่างเหินจากปัญญา เช่น ถ้ากิน อิ่มแล้วก็อยากนอน มากกว่าจะใช้ความคิด
- 13. ความสุขตามทรรศนะมนุษยนิยม ลัทธิมนษยนิยม ถือว่า ความสุข ความสงบ และปัญญา เป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชีวิตมนุษย์เท่าเทียมกัน เพราะมนุษย์ มีร่างกายและจิตใจ ขาดส่วนใดไม่ได้ เพราะจะทำให้ชีวิต ขาดความสมบูรณ์ไป ชีวิตจึงควรดำเนินไปตามธรรมชาติ การกระทำต่าง ๆ สอดคล้องกับธรรมชาติ สมดุลกับธรรมชาติ จะทำให้ชีวิตเป็นสุข
- 15. ทรรศนะพุทธธรรม ทรรศนะนี้ ให้ความสำคัญกับผู้ประพฤติธรรม ถือว่า การ ประพฤติธรรมนำมาซึ่งความสุข ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามหลัก ศีล สมาธิ ปัญญา รวมเป็นแนวทางปฏิบัติ 8 วิธี ( มรรค 8) เจรจาชอบ กระทำชอบ หาเลี้ยงชีพชอบ ศีล สมาธิ 4. พยายามชอบ 5. ระลึกชอบ 6. ตั้งจิตมั่นชอบ ปัญญา 7. ดำริชอบ 8. เห็นชอบ
- 17. ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เป็นที่มาของวิธีการสร้างชีวิตให้เป็นสุข แบ่งเป็น 5 ระดับ ความต้องการทางสรีรวิทยา ( Physiological) เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ เพื่อความอยู่รอด ได้แก่ อากาศ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม น้ำ ที่อยุ่อาศัย ยารักษาโรค และการมีสัมพันธ์ทางเพศ วิธีการสร้างชีวิตให้เป็นสุข คือ การสนองตอบความต้องการทางสรีระวิทยา เช่น ได้รับสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตข้างต้น ภายในขอบเขตและความเหมาะสม ตาม สภาพตนและสิ่งแวดล้อม ถ้ามนุษย์ได้รับการตอบสนองย่อมมีความสุข
- 18. ความต้องการความมั่นคงและปลอดภัย ( Safety and Security Needs) เป็นความต้องการที่จะอยู่อย่างมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน และความมั่นคงในการทำงาน วิธีการสร้างชีวิตที่เป็นสุข คือ การสนองตอบความต้องการความมั่นคงและปลอดภัย เช่น การพักอาศัยอยู่ในบ้าน หรือ ครอบครัวให้ความอบอุ่น รู้สึกปลอดภัยในสวัสดิภาพของชีวิต และทรัพย์สิน จะนอนหลับอย่างสบายไร้ความวิตกกังวล ถ้า มนุษย์ได้รับการตอบสนองจะมีความสุข ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ วิธีการสร้างชีวิตให้เป็นสุขแบ่งเป็น 5 ระดับ
- 19. ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ วิธีการสร้างชีวิตให้เป็นสุขแบ่งเป็น 5 ระดับ 3. ความต้องการความรักหรือสัมพันธภาพทางสังคม ( Love or Social Needs) เป็นความต้องการความรักและการยอมรรับจากเพื่อน ว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม วิธีการสร้างชีวิตที่เป็นสุข คือ การสนองตอบความต้องการความรักและสัมพันธภาพทางสังคม เช่น ความห่วงใจ ความสงสารเห็นใจ ความรัก การมีปฏิสัมพันธ์ การรวมกลุ่มเพื่อนบ้าน เพื่อนนักศึกษา เพื่อนร่วมงาน มีการติดต่อสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพัน มนุษย์ย่อมมีความสุขได้
- 20. ความต้องการได้รับความเคารพนับถือยกย่องหรือมีสถานภาพ ( Esteem or Status Needs) เป็นความต้องการที่จะได้รับการยอมรับเคารพนับถือและยกย่องจาก เพื่อนมนุษย์ เพื่อยกระดับความเป็นมนุษย์ของตนให้สูงขึ้นในสังคม ความต้องการเกียรติและชื่อเสียงมีศักดิ์ศรีและมีสถานภาพ หรือชนชั้น ในสังคม วิธีการสร้างชีวิตให้เป็นสุข คือ แสดงพฤติกรรมประกอบคุณงามความดี เรียนเก่ง เล่นกีฬาเก่ง กิจกรรมเป็นเลิศ เป็นยอมรับยกย่อง นับถือ มีเกียรติ มีชื่อเสียง มีศักดิ์ศรี และมีสถานภาพ ย่อมมีความสุขได้
- 21. 5. ความต้องการความสำเร็จในชีวิต ( Self-Actualization Needs) เป็นความต้องการขั้นสูงสุดในชีวิตที่มนุษย์พึงคาดหวัง เป็นการกำหนด เป้าหมายไว้ว่าต้องการประสบความสำเร็จในสิ่งที่พึงปรารถนา เพื่อสร้าง ชีวิตให้มีความหมาย อันเป็นความสำเร็จในชีวิต วิธีการสร้างชีวิตที่เป็นสุข มุ่งสร้างความสำเร็จในชีวิตในทางโลก คือ ศึกษาเล่าเรียนให้สำเร็จ หางานที่ดีทำ สามารถบริหารจัดการเงินทองและทรัพยสินที่หามาได้อย่างเหมาะสม สร้างหลักฐาน ( บ้าน ที่ดิน ) หาคู่ครองและหรือเพื่อนที่ถูกใจไว้เป็นเพื่อนคู่ชีวิต พัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น ลดความเห็นแก่ตัว รู้จักปล่อยวาง สร้างกุศล
- 26. วิธีการสร้างความสุขในการทำงาน หลักการทำงานอย่างมีความสุขและสำเร็จ ได้แก่ หลักพุทธธรรม เป็นรากฐานการทำงานอย่างมีความสุข คือ อิทธิบาท 4 ฉันทะ ( ความพอใจ ) หมายถึง การมีใจรักในงานที่ทำรัก ในคุณค่าของงาน วิริยะ ( ความเพียร ) หมายถึง ความพยายาม บากบั่น อดทน จิตตะ ( ความคิดจอจ่อ ) หมายถึง ความมีใจผูกพัน เอาใจใส่ ฝักใฝ่ วิมังสา ( การพิจารณาใคร่ครวญ ) หมายถึง การหมั่นพิจารณา ใคร่ครวญ ตรวจสอบ คิดหาทางปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง ของงานที่ทำ